ลวดสลิงสำหรับงานเครน (Crane Wire Rope) แต่ละประเภท
ลวดสลิงสำหรับงานเครน เป็นลวดสลิงเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High Tensile Steel Wire Rope) ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักมาก ทนแรงดึง ทนแรงบีบอัด และยืดหยุ่นสูง มีทั้งแบบแกนเหล็ก (IWRC) เพิ่มความแข็งแรงและแบบไส้เชือก (FC) เพิ่มความยืดหยุ่น ซึ่งมีข้อดีคือ
- รับน้ำหนักได้มากกว่า
- ทนต่อแรงบีบอัดจากรอกเครน
- ลดการเสียรูปของสลิง
- อายุการใช้งานยาวนานกว่าแบบแกนเชือก
ประเภทลวดสลิงที่นิยมในงานเครน
การเลือกโครงสร้างลวดสลิง (Construction) ให้เหมาะกับประเภทของเครนเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน โดยมีประเภทหลักๆ ดังนี้
1. ลวดสลิงประเภทกันหมุน (Non-Rotating Wire Rope)
สลิงกลุ่มนี้ถือเป็นพระเอกสำหรับ Tower Crane และการยกของในระดับความสูงมากๆ โครงสร้างยอดนิยมคือ ลวดสลิง 19×7 และ ลวดสลิง 35×7
- กลไกการทำงาน สลิงประเภทนี้จะมีการตีเกลียวชั้นในและชั้นนอกในทิศทางที่สวนทางกัน เมื่อรับน้ำหนัก แรงบิดจากเกลียวแต่ละชั้นจะหักล้างกันเอง
- ข้อดี ป้องกันไม่ให้สิ่งของที่ยกเกิดการหมุนแกว่ง (Spinning) ในขณะลอยตัวอยู่ในอากาศ ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งของ
2. กลุ่มโครงสร้างทั่วไป 6×36 และ 6×37 Class
ลวดสลิง Fc 6×36 และ ลวดสลิง FC 6×37 นี่คือโครงสร้างมาตรฐาน (General Purpose) ที่มีความสมดุลระหว่าง ความแข็งแรง (Strength) และ ความยืดหยุ่น (Flexibility) ด้วยจำนวนเส้นลวดที่ค่อนข้างมากในแต่ละเกลียว ทำให้สลิงมีความนุ่มนวล สามารถโค้งงอผ่านรอกขนาดเล็กได้ดีโดยไม่เกิดความล้าสะสมเร็วเกินไป
- การใช้งาน นิยมใช้ใน Overhead Crane (เครนโรงงาน), รถเครน (Mobile Crane) ในส่วนของรอกยกหลัก
3. สลิงโครงสร้างพิเศษ Compacted Strand และ Plastic Core
สำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด เรามักแนะนำแบรนด์ระดับโลกอย่าง Casar หรือโครงสร้างแบบอัดแน่น (Compacted)
- Compacted Wire Rope (ลวดสลิงอัดแน่น) เส้นลวดจะถูกบีบอัดให้มีรูปร่างแบนลงก่อนนำมาตีเกลียว ทำให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสกับรอกมากขึ้น ลดแรงกดจำเพาะและทนต่อการสึกหรอได้ดีกว่าสลิงทั่วไปถึง 30-50%
- Plastic Filled Core Rope (ลวดสลิงแกนพลาสติก) มีการฉีดพลาสติกโพลิเมอร์เคลือบไว้ระหว่างไส้เหล็กและเกลียวชั้นนอก เพื่อลดการเสียดสีภายในและป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปกัดกร่อนไส้สลิง
คุณสมบัติทางเทคนิคที่ต้องพิจารณา (Technical Specifications)
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เราขอเน้นย้ำ 3 ปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพของลวดสลิงเครน:
- ไส้เหล็ก (IWRC) ในงานเครนเราแทบไม่ใช้ไส้เชือก (FC) เพราะไส้เหล็กให้ค่าการรับน้ำหนัก (Breaking Load) ที่สูงกว่า และที่สำคัญคือทนต่อแรงบีบอัด (Crushing Resistance) เมื่อสลิงต้องพันทับกันหลายชั้นในดรัม
- การเคลือบผิว (Coating)
- สลิงดำ (Ungalvanized/Black) มีน้ำมันหล่อลื่นสูง เหมาะกับงานในร่มที่ต้องการความลื่นไหล
- สลิงชุบสังกะสี (Galvanized) เหมาะกับงานกลางแจ้ง หรือพื้นที่ใกล้ทะเล เพื่อป้องกันสนิมและการกัดกร่อน
- ความต้านทานการเสียรูป สลิงเครนที่ดีต้องไม่เสียรูป (Deformation) ง่ายเมื่อต้องรับแรงกระชาก (Shock Load)
วิธีเลือกลวดสลิงให้ตรงกับน้ำหนักยก (How to Select Wire Rope Based on Lifting Capacity)
การเลือก ลวดสลิงสำหรับงานเครน ให้เหมาะสมกับน้ำหนักยก เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้ง ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน อายุการใช้งานของเครน และประสิทธิภาพในการยก โดยหลักการพื้นฐานคือการเลือกสลิงที่มีค่า Safe Working Load (SWL) หรือค่าการรับน้ำหนักปลอดภัยสูงกว่าน้ำหนักที่ต้องยกจริงเสมอ
1. ตรวจสอบน้ำหนักของวัตถุที่จะยก
ขั้นตอนแรกคือการทราบน้ำหนักของวัตถุจริง (Actual Load Weight) เช่น
- เครื่องจักร
- เหล็กโครงสร้าง
- คอนกรีตสำเร็จรูป
- อุปกรณ์โรงงาน
โดยควรเผื่อ น้ำหนักของอุปกรณ์ยกเพิ่มเติม เช่น ตะขอเครน (Hook), ชุดสลิง, Spread Beam หรือ Lifting Beam เพื่อให้ได้ค่าน้ำหนักรวมที่ถูกต้องก่อนเลือกสลิง
2. ใช้หลัก Safety Factor ในการคำนวณ
ลวดสลิงทุกชนิดต้องมี ค่าปัจจัยความปลอดภัย (Safety Factor) เพื่อป้องกันการขาดหรือเสียหายจากแรงกระชาก โดยทั่วไปในงานเครนจะใช้ค่า Safety Factor ประมาณ 5 : 1
หมายความว่า หากต้องยกของหนัก 2 ตัน ควรเลือกลวดสลิงที่มี Breaking Load อย่างน้อย 10 ตัน สูตรคำนวณง่าย ๆ
Breaking Load ≥ น้ำหนักยก × Safety Factor
ตัวอย่าง

3. เลือกเส้นผ่านศูนย์กลางลวดสลิง (Diameter)
เมื่อทราบค่าการรับน้ำหนักที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดสลิงโดยทั่วไป
- ลวดสลิงขนาดใหญ่ → รับน้ำหนักได้มาก
- ลวดสลิงขนาดเล็ก → ยืดหยุ่นสูงแต่รับน้ำหนักน้อยกว่า
ตัวอย่างโดยประมาณ

การเลือกใช้ลวดสลิงให้เหมาะกับประเภทเครน

การเลือกขนาดและเกรดลวด
- ขนาด (Diameter) โดยทั่วไปจะมีตั้งแต่ 8 มม. ไปจนถึง 50 มม.+ ขึ้นอยู่กับพิกัดน้ำหนักยก (Safe Working Load – SWL)
- เกรดความแข็งแรง มาตรฐานที่นิยมคือเกรด 1770 N/mm² หรือ 1960 N/mm² (EIPS) และในงานหนักพิเศษอาจใช้เกรด 2160 N/mm² (EEIPS) เพื่อให้ได้ค่า Breaking Load ที่สูงขึ้นในขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เท่าเดิม
ความหมายของหน่วย N/mm²
เกรดลวดสลิง 1770 / 1960 / 2160 N/mm² คือค่าความแข็งแรงของเหล็กที่ใช้ผลิตลวดสลิงบอกว่าเหล็กสามารถ รับแรงดึงได้มากแค่ไหนก่อนขาด โดยเกรดที่สูงกว่าจะเหมาะกับ งานเครนหนักและการยกน้ำหนักสูง
ซึ่ง N/mm² (Newton per square millimeter) คือหน่วยวัด หรือแรงดึงต่อพื้นที่หน้าตัด หมายความว่า
- ลวดเหล็ก 1 ตารางมิลลิเมตร
- สามารถรับแรงดึงได้กี่ นิวตัน (Newton) ก่อนที่จะขาด
จากข้อมูลพอสามารถสรุปได้ว่า ตัวเลขยิ่ง สูง → ลวดเหล็กยิ่งแข็งแรง นั่นเอง
ความปลอดภัยและการตรวจสอบ (Inspection & Safety)
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้ การตรวจสอบสภาพลวดสลิงตามมาตรฐาน ISO 4309 เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด:
- เส้นลวดขาด (Broken Wires) ตรวจสอบจำนวนเส้นลวดที่ขาดในหนึ่งช่วงเกลียว (Lay Length) หากเกินเกณฑ์ที่กำหนดต้องเปลี่ยนทันที
- การลดลงของเส้นผ่านศูนย์กลาง หากสลิงผอมลง หรือเล็กบางลงเกิน 7% ของขนาดระบุ (Nominal Diameter) แสดงว่าไส้ในเริ่มเสียหายหรือมีความล้าสูง
- การเสียรูป (Deformation) เช่น การเกิดกรงนก (Birdcaging), การบิดเป็นเกลียว (Kinking) หรือการแบนจากการถูกทับ
- สนิมและการกัดกร่อน สนิมขุมที่กินเข้าไปในเนื้อเหล็กจะลดแรงดึงของสลิงอย่างรวดเร็ว
ลวดสลิงสำหรับงานเครน (Crane Wire Rope) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่มีผลโดยตรงต่อ ความปลอดภัยของระบบยก ในงานอุตสาหกรรมการเลือกใช้ลวดสลิงที่เหมาะสมต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายด้าน เช่น
- โครงสร้างลวดสลิง
- ประเภทของเครน
- ขนาดและเกรดของลวด
- สภาพแวดล้อมการใช้งาน
รวมถึงการ ตรวจสอบสภาพลวดสลิงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการใช้งานลวดสลิงเครนในระดับอุตสาหกรรม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ผลิตโดยตรง จะช่วยให้สามารถเลือก Crane Wire Rope ที่เหมาะสมที่สุดกับงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และอายุการใช้งานของระบบเครนได้ในระยะยาว
คุณกำลังมองหาลวดสลิงที่เหมาะกับงานเฉพาะทางอยู่ บริษัท พีพีเอส สตีล จำกัด เราพร้อมให้คำแนะนำ และเรามีลวดสลิงหลายแบบที่เหมาะกับใช้งานในลักษณะต่าง ๆ ครอบคลุมทุกความต้องการ หากเลือกถูกตั้งแต่ต้น สลิงหนึ่งเส้นจะไม่ใช่แค่อุปกรณ์ยก แต่คือ ตัวช่วยด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ในทุกงานอุตสาหกรรม

